:::: MENU ::::

MYM

เรารักการแบ่งปัน

  • OfRKTf.md.png

    Sharing content

  • OfRwyb.md.png

    Sharing content

  • OfRZja.md.png

    Sharing content

19 มกราคม 2555

  • 18:25

แม่จ๋อยมุดหัวอ้อนให้เหมียวตาเลียขนทำความสะอาดให้

แม่จ๋อยเสียลูกท้องแรกไปแล้ว ไม่นานก็ลืมความเศร้าโศกใช้ชีวิตเป็นปกติสุขเหมือนเดิม ตื่นเช้า กิน วิ่งเล่น ไล่จับผีเสื้อ เล่นกับพ่อกับพี่ แม่จ๋อยเป็นแมวขี้อ้อน เช้าๆ เวลาแต่งตัวจะชอบเดินเอาหัวมุดเข้าหาเหมียวตาเพื่อให้เหมียวตาเลียขนให้ แอบขี้เกียจนิดๆไม่ยอมเลียขนเอง ทุกครั้งที่เดินผ่านแม่กับพ่อ แม่จ๋อยก็จะเข้ามาเคล้าเคลียแต่มีนิสัยประหลาดคือไม่ยอมให้ลูบหัว และไม่ยอมให้อุ้ม 

พวกผมไม่ได้ทำ อย่าปรักปรำพวกผมนะก๊าบ

ที่หัวบันไดบ้านปรากฏหยดน้ำกระเซ็นเป็นจุดๆ ทำให้พ่อเริ่มสงสัย ทุกๆ เช้าเปิดประตูบ้านจะเห็นเป็นประจำ หลังจากนั้นเริ่มได้กลิ่น ใช่แล้วมันเป็นกลิ่นฉี่แมว พ่อเรียกเหมียวตาและลุงเจ๋งมาสอบสวน เพราะเป็นแมวตัวผู้ทั้งคู่ ปกติฉี่แบบนี้มีแต่แมวตัวผู้ เหมียวตาก็เถียงว่าไม่ใช่ไม่ได้ทำ เหมียวตาอยู่บ้านนี้มานานไม่มีนิสัยมักง่ายแบบนั้น ส่วนลุงเจ๋งก็ฉี่พิสูจน์ให้เห็นกับตาว่าปกติผมฉี่เป็นที่เป็นทางในห้องส้วมก๊าบ ไม่เคยมาฉี่เรี่ยราดหัวบันไดบ้าน แล้วตกลงมันเป็นฉี่ของใคร???

หัวค่ำคืนหนึ่งได้ยินเสียง หง่าว หง่าว เรียกมาจากหน้าบ้านเสียงดังใกล้เข้ามาทุกที แมวต่างถิ่น มาทำไม
พ่อแอบซุ่มเงียบๆ ดูซิใครมาหง่าว จากนั้นได้ยินเสียงเหมียวตาร้องขู่เหมือนหวงถิ่น แมวตัวผู้จะหวงถิ่นที่อยู่อาศัยของตัวเอง ขู่ไปขู่มาสู้ไม่ได้วิ่งหางจุกเข้าบ้าน พ่อเดินสวนมันออกไปดู แมวตัวผู้สีขาวดำตัวใหญ่มาก ใหญ่กว่าเหมียวตาซะอีก มิน่าถึงสู้ไม่ได้ หน้าตามันแมวยากูซ่าชัดๆ เดินอาดๆ เข้าบ้านแบบไม่เกรงกลัวใคร แล้วก็มายกขาฉี่ตรงหัวบันได นั่นประไร มันนั่นเอง พอพ่อส่งเสียงเอ็ดมันก็ทำทีเป็นเดินเนิบๆ ออกไปแบบว่าไม่ยี่หระ ไม่กลัวสักกะนิด ตกลงมันยังไง ไอ้ยากูซ่านี่มาติดพันนังจ๋อยหรือ พ่อบ่นกระปอดกระแปด นี่มันมาฉี่อีกแล้ว ฉี่ให้เห็นกันจะจะเลย แม่เอาเดทตอลมาราดให้หมดกลิ่น แต่พอรุ่งขึ้นก็มีร่องรอยฉี่ใหม่มาให้เห็นอีกเกือบทุกวัน
                                        จ๋อย:         พ่อจ๋า เดี๋ยวหนูมานะ
                                        เหมียวตา:  จะไปไหนอีกล่ะ เอาใหญ่แล้วนะเรานี่

การฉี่ของแมวตัวผู้เป็นการประกาศศักดา และวางอาณาเขตว่านี่ เขตข้าใครอย่าแตะ เพราะฉะนั้นผู้หญิงบ้านนี้ ก็เป็นผู้หญิงข้าใครอย่าแตะเหมือนกัน สรุปว่าแม่จ๋อยเป็นที่หมายปองของไอ้ยากูซ่าขาวดำตัวนี้ซะแล้ว พ่อเลยพาลตั้งชื่อมันว่า “ไอ้ดำ” คราวนี้พ่อลงทุนไปตลาดป่าไผ่หาซื้อหนังสติ๊กแบบชาวบ้านมาหลายอันเอาไว้คอยดักยิงมัน หึ หึ คราวนี้หล่ะไอ้ดำ แกเสร็จพ่อแน่ เหมียวตาดูจะไม่ชอบว่าที่ลูกเขยยากูซ่าเท่าไหร่ เพราะมันชอบมารังแกถึงถิ่น แต่ทำไงได้ลูกสาวตัวคงไปหลงรักเขาเสียแล้ว ไม่งั้นไอ้นี่ไม่กล้ามาติดพัน


ไอ้ดำวิ่งย่องๆ ออกบ้าน หลังจากโดนยิงด้วยหนังสติ๊ก

วันดีคืนดีคิดถึงแม่จ๋อย ไอ้ดำแมวยากูซ่าก็จะข้ามรั้วเข้าบ้านมาร้องเรียกหง่าว หง่าว คราวนี้พ่อซุ่มเล็งหนังสติ๊ก ฟึ่บ....เหนี่ยวไกหนังสติ๊กถูกหรือเปล่าก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าไอ้ดำวิ่งหนีกระเจิง คราวนี้ยังจะกล้าเข้ามาหง่าวอีกไหม๊
แม่จ๋อยเริ่มหนีเที่ยวกลางคืนบ่อยขึ้น สงสัยไปออกเดทกับไอ้ดำ ปล่อยให้สองพ่อลูกเหมียวตากับลุงเจ๋งนอนเฝ้าบ้านจนพ่อเอ่ยปาก แปลกดีนะบ้านนี้ ผู้ชายอยู่ติดบ้าน ผู้หญิงหนีเที่ยวกลางคืน เหมียวตาคงอยากจะบอกพ่อว่า ผมไม่ชอบยุ่งเรื่องความรักของหนุ่มๆ สาวๆ (ที่แท้สู้ว่าที่ลูกเขยไม่ได้) พอเช้าๆ แม่จ๋อยจะมาร้องขอกิน บางทีไอ้ดำตามมาด้วย มาแอบกินข้าวด้วย แต่ถ้าพ่ออยู่มันจะกินไม่เป็นสุขเพราะพ่อจะไล่ยิงหนังสติ๊กใส่มันทุกครั้ง จนครั้งหนึ่งไล่มันจนมุมตกลงไปในบ่อน้ำตื้นๆ ข้างรั้ว ไอ้ดำเสียฟอร์มไม่กล้ากลับมาหาแฟนอีกหลายวันเลยก๊าบ


หนุ่มๆ หลบนอนอยู่บ้าน แต่สาวๆ หนีเที่ยวก๊าบ บ้านนี้

สรุปว่านอกจากไอ้ดำจะเป็นคู่อริของพ่อของแม่จ๋อย (ซึ่งก็คือเหมียวตา) มันยังเป็นคู่อริของพ่อ (ซึ่งก็คือนาย) ของพวกเราอีกด้วย


จบตอนก๊าบ

21 ธันวาคม 2554

  • 16:36

ในปีต่อมาวันหนึ่ง แม่จ๋อยเกิดอาการผิดปกติ อยู่ดีๆ ก็อ้วนเอาอ้วนเอา แม้ตัวจะเล็กจนแม่สงสัยว่าแม่จ๋อยยังเด็กอยู่คงยังไม่ตั้งท้องแน่ ก็เลยไม่ติดใจสงสัย จนอยู่ดีๆ วันหนึ่งแม่จ๋อยก็พาลูกแมวตัวเล็กๆ สีน้ำตาลไหม้เข้าบ้านมา ส่งเสียงร้องแหลมๆ เงี๊ยวง๊าวไปหมด พ่อตื่นเต้นเรียกแม่ไปดูใหญ่เลยว่า จ๋อยพาใครมา
แม่จ๋อยเริ่มท้องตุ่ยๆ สงสัยจะมีลูก

ตกลงว่าแม่จ๋อยท้องแล้วมีลูกโทนหนึ่งตัว แม่กับพ่อดีใจมาก ไม่รู้ไปแอบคลอดที่ไหน แต่ลูกแมวใหม่ไม่คุ้นคน ยังกลัวๆ กล้าๆ ที่จะเดินเข้าบ้าน แม่จ๋อยก็ไม่เข้าใจวิธีปกป้องลูก พอคนจะช่วยแมวก็กลัว เลยต้องรอเวลาให้ลูกน้อยของแม่จ๋อยคุ้นเคยกับสถานที่ก่อน วันนี้เพิ่งเป็นวันแรกที่แม่จ๋อยเอาลูกน้อยมาเปิดตัว แม่จ๋อยมีวิธีช่วยลูกให้คุ้นเคยกับคนง่ายขึ้น มันทำทีเป็นชวนลูกวิ่งเล่น แล้วค่อยๆ พาเข้ามาใกล้ๆ บริเวณที่พ่อกับแม่นั่งอยู่ พอใกล้คนก็เอาตัวมาสีไปมาให้ลูกเห็นว่านี่คนนะเข้าใกล้ได้ แล้วพ่อกับแม่ก็จะลูบหัวแม่จ๋อยให้เหมียวน้อยดู ลูกจะได้วางใจยอมเข้าใกล้คน แต่วิธีการดูจะไม่เป็นผล เพราะเหมียวน้อยก็ยังกลัวอยู่ดี คราวนี้มันวิ่งเตลิดออกไปริมรั้วบ้าน ทำอย่างไรก็ไม่กล้าเข้าบ้านมาอีก แม่จ๋อยได้แต่ร้องเรียกอยู่ในรั้ว วิ่งเข้าวิ่งออกไม่เป็นสุข

 แม่จ๋อยผู้น่าสงสาร

สายๆ พอแม่ออกไปทำงาน พ่อจึงต้องเป็นคนคอยดูว่าเหมียวน้อยจะกลับเข้าบ้านมาเมื่อไหร่ ระหว่างนั้นเองลุงจิมฝรั่งข้างบ้าน ก็มากดนิ้งหน่องขอเข้ามากินกาแฟคุยด้วย สองคนคุยกันเพลิน คุยไปคุยมาก็ต้องชะงัก กับเสียงร้องที่ทำให้ต้องตกใจ เสียงแมวน้อยร้องด้วยความหวาดกลัว กับเสียงกรรโชกของหมา พ่อลุกพรวดกระโดดข้ามรั้วออกไป แต่ช่วยไม่ทันแล้ว....

ลุงถุงทองหมาของลุงจิมกัดเหมียวน้อยลูกของแม่จ๋อยที่อยู่นอกรั้วจนร่างอ่อนระทวยไปหมดแล้ว ลุงจิมเรียกหมาของตัวเองให้หยุดการกระทำ แต่สัญชาตญานของมันไม่ยอมรามือจนพ่อต้องหาอะไรมาไล่ฟาด พอหยุดหมาได้ พ่อก็ประคองตัวเหมียวน้อยเข้ามาในบ้าน พยาบาลมันจนถึงที่สุด ทั้งเป่าก้น ทั้งปั๊มหัวใจ แต่สุดท้ายเหมียวน้อยที่น่าสงสารก็จากโลกไปด้วยวัยเพียงไม่กี่วัน แม่จ๋อยส่งเสียงร้องไห้เหมือนรับรู้ได้ว่าลูกน้อยได้จากไปแล้ว เหมียวตาเข้ามาปลอบใจ พ่อจัดการฝังเหมียวน้อยไว้ใต้กอข่าหลังศาลาหลังบ้าน และโทรไปแจ้งข่าวแม่ พ่อเล่าว่าแม่จ๋อยร้องไห้ทั้งวัน ร้องเรียกหาแต่ลูก น่าสงสารจับใจ แม่เสียใจเป็นที่สุด และเคืองหมาฝรั่งมาก เคืองทั้งหมาทั้งเจ้าของหมา ออกจากบ้านมาไม่ยอมปิดประตูปล่อยให้หมาตามออกมากัดลูกแมวของคนอื่นตาย แล้วยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเดินกลับเข้าบ้านตัวไปเฉยๆ ซะอีก

รั้วบ้านต่ำๆ ไม่ดีเลย เหมียวไม่ชอบ เพราะหมาวิ่งเข้าออกได้ 

จบตอนเศร้าของแม่จ๋อยก๊าบ

13 ธันวาคม 2554

  • 16:18
เหมียวสามพ่อลูกอยู่ด้วยกันทุกวันอย่างมีความสุข กิจวัตรประจำวันไม่มีอะไรมาก ตื่นเช้ามาอาบแดด สายๆ กินข้าวแล้วก็ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน บ่ายๆ มาขอกินอีกก่อนจะนอนพักผ่อนยามบ่าย ค่ำๆ กินอีกรอบแล้วก็ขลุกนอน บางคืนดึกๆ ยังมาขอกินอีกนะ กินทั้งวี่ทั้งวัน จนพ่อออกปากว่า ตกลงจะกินกันกี่มื้อเนี่ย คำว่า “กินเป็นแมวดม” น่ะใช้กับแมวบ้านนี้ไม่ได้เด็ดขาด
พักผ่อนยามเช้า ใต้แสงแดดอ่อนๆ
บ่ายๆ พากันมองหานกและกิ้งกา

ในช่วงฤดูร้อน เหมียวๆ ทั้งหลายจะชอบนอนผึ่งพุงกันที่ศาลาหลังบ้านเพราะมีลมโชย พัดเอากลิ่นดอกไม้ป่าหอมอ่อนๆ มา แถมยังมีเสียง กรุ๋งกริ๋งจากโมไบล์ที่พ่อแขวนไว้ ฟังเพราะอยู่ไม่หยอก ศาลานี้จึงเป็นที่โปรดปรานของบรรดาแมวๆ ฤดูร้อนอาหารจะอุดมสมบูรณ์ นก หนู จิ้งจก แมลงต่างๆ เยอะแยะ เหมียวทั้งหลายจึงไม่ค่อยง๊อมื๊อค่ำที่บ้านเท่าไหร ตกกลางคืนก็จะพากันไปเตร็ดเตร่ท่องราตรี ไม่เคยเห็นหัว และไม่ค่อยกลับมานอนในบ้านกัน
รุ้งตัวอ้วนหลังฝนตก
 
แขกพิเศษหน้าฝน ที่บ้านมีเยอะมาก

แต่พอถึงฤดูฝนจะกลายเป็นแมวจำศีลทันที เพราะไม่ชอบความเปียกชื้น สามตัวจึงพากันขลุกอยู่แต่ในบ้าน นอนขดบนเบาะจนขนเต็มไปหมด ฤดูฝนเป็นฤดูที่แม่ไม่ชอบ เพราะแมวไม่อยากออกไปนอกบ้านกัน จึงเป็นเหตุให้พบว่า บางตัวเริ่มฉี่เรี่ยราดในบ้านแล้ว โดยเฉพาะหวานจ๋อย ชอบปีนขึ้นไปฉี่บนเครื่องซักผ้า แม่จะรำคาญแมวหน้าฝน พาลดุเหมียวตาว่าไม่รู้จักอบรมลูกๆ ฉี่และอึเรี่ยราดในบ้าน เหมียวตาเองไม่เคยมีพฤติกรรมนี้ เหมียวตาจนใจไม่รู้จะบอกลูกๆ ว่าไงดี บางครั้งถ้าใครฉี่ในบ้าน สามตัวไม่มีใครยอมรับผิด จึงต้องโดนทำโทษหมู่ให้อยู่นอกบ้านตอนกลางคืน ทั้งๆ ที่ฝนตก รุ่งเช้ามาก็จะพากันมาออหน้าประตูรอแม่ยกโทษให้ 
พวกผมผิดไปแล้วก๊าบ
 ยกโทษให้ด้วยก๊าบ

ส่วนฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาที่วิเศษสุดเพราะอากาศดี พ่อแม่ก็อารมณ์ดีทำไรไม่ผิด ไม่ค่อยถูกทำโทษ แต่เสียอย่างเดียวคือแมวๆ ไม่ชอบอาบน้ำฤดูนี้เป็นที่สุด แม่ก็ใจดีใช้วิธีเช็ดตัวให้ หน้าหนาวพวกเหมียวเหมียวจะใช้เวลาส่วนใหญ่กับการนอน นอนตั้งแต่มื้อเช้ายันมื้อเย็น ตกกลางคืนอากาศหนาวจัดพวกเราจะได้รับสิทธิพิเศษได้นอนในห้องนอนที่แสนจะอบอุ่น แม่จะจัดที่นอนไว้ให้อย่างดี ที่ห้องจะเปิดหน้าต่างบานกระทุ้งไว้ให้ เพราะพวกแมวๆ มักจะตื่นเช้ามาก ประมาณตีสามแล้วพากันโดดออกนอกหน้าต่างออกไปทำธุระส่วนตัวกัน ถ้าวันไหนแม่ลืมเปิดบานกระทุ้งไว้ให้ เหมียวตาจะเป็นคนไปปลุกแม่เอง โดยไปแอบร้องเรียกที่หน้าห้องนอนแม่ ส่งเสียงร้องค่อยๆ แบบเกรงใจ แต่แหม...ตีสามนะเจ้าเหมียว แม่ก็ต้องงัวเงียลุกขึ้นมาเปิดประตูบ้านให้พวกมัน โธ่โธ่โธ่...ไม่น่าลืมเปิดบานกระทุ้งไว้ให้เลยเนี่ย

ฮะ ฮ๊าว.....เหมียวตาตื่นตีสามเป็นประจำก๊าบ
ยามเช้าในฤดูหนาวหน้าบ้านครับ อยู่บ้านนี้สูดอากาศเต็มๆ ปอดกันไปเลย

จบตอนก๊าบ

A call-to-action text Contact us